จับยี่กีออนไลน์ Toyota Thai League Interview : อนุรุทธิ์ นาคาศัย – ทีมเล็ก/งบน้อย/ฝันใหญ่

จับยี่กีออนไลน์

“เราไม่มีวันเป็นทีมใหญ่ได้ แต่เราอยากเป็นต้นแบบของทีมจังหวัดเล็กๆ ว่าจะต่อสู้และยืดหยัดในไทยลีกได้อย่างไร”

จับยี่กีออนไลน์ …สโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เดินทางเข้าสู่ไมล์สโตนฤดูกาลที่ 10 หากนับจากก้าวแรกในดิิวิชั่น 2 เมื่อปี 2009

เส้นกราฟของทีมเติบโตขึ้นตามวัย จากทีมหน้าใหม่ในลีกรากหญ้า แปรสภาพมาเป็น ทีมที่ยืนระยะในไทยลีกได้หลายปี งบประมาณการลงทุน, ผู้เล่นชั้นนำ-ชื่อดัง มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆมันเป็นธรรมชาติของสโมสรที่ต้องเติบโตไปตามวัฏจักรของลีกกีฬา

พูดง่ายๆก็คือ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา นกใหญ่พิฆาต ยังไม่เคยตกชั้นหรือหล่นร่วงมายังจุดเดิมอีกเลย กระทั่งในฤดูกาล 2016 นี่คือขวบปีที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในเขาพลอง สเตเดียม ไปตลอดกาล “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ตกชั้นสู่ลีกรองเป็นครั้งแรก

สัจธรรมข้อหนึ่งของโลกฟุตบอล เมื่อทีมต้องตกชั้น คุณไม่มีทางกอดหรือยึดรั้งทุกสิ่งให้เป็นเหมือนเดิมได้ – ชัยนาท ฮอร์นบิล มองเห็น,เข้าใจ และอยู่กับความเป็นจริง

11 เดือนต่อมา สโมสรแห่งนี้กลับมายังจุดที่เคยอยู่ ในศึก “โตโยต้า ไทยลีก” ด้วยแนวทางและรูปโฉมที่เปลี่ยนไป

เงินลงทุน 70 ล้านบาท ภายใต้ขุมกำลังที่มีแข้งดาวรุ่งและนักเตะโนเนมเกือบค่อนทีม ไม่แปลกหาก ชัยนาท ฮอร์นบิล จะถูกมองว่าเป็น 1 ใน 5 สโมสรที่ต้องตกชั้นหลังจบเกมนัดที่ 34

แต่หลังจากผ่าน 14 เกมอันเข้มข้น ทีมที่มีงบประมาณน้อยสุด กลับทำให้คู่แข่งต้องทบทวนซะใหม่ หากคิดจะเอาชนะพวกเขาได้แบบง่ายดาย

“ถอยหลังเพื่อก้าวไปข้างหน้า” อาจคำพูดที่เรานิยามสโมสรแห่งนี้ได้ใกล้เคียงสุด แต่คงไม่มีใครที่จะบอกเล่าถึงเบื้องหลังที่ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” กำลังเป็นอยู่…ได้ดีกว่า อนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรที่ทุกคนในจังหวัดรู้จักกันในนาม “เฮียรุธ”

ชัยนาท ฮอร์นบิล

CHAPTER 1 : ล้มเพื่อลุก

“เราเรียนรู้อะไรจากปี 2016 เยอะมาก” ชายร่างเล็กผู้ขับเคลื่อนสโมสรแห่งนี้ ย้อนความหลังถึงจุดเปลี่ยน

“ขอเท้าความกลับในฤดูกาล 2015 ซีซั่นนั้นเราทำผลงานได้ดีมาก จบอันดับ 12 ของตาราง มีผู้เล่นดีๆหลายรายอยู่ในทีม เราจึงตัดสินใจจะยึดนักเตะชุดเดิมไว้เกือบหมด เสริมเข้ามาแค่ไม่กี่คน”

“แต่ช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ปี 2017 ผลงานของทีมน่าผิดหวังมาก เรามีแค่ 10 แต้มจาก 17 นัด นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมคิดว่า เราจะอยุู่กันแบบเดิมไม่ได้แล้ว”

นกใหญ่พิฆาต ผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทีมและโครงสร้างสโมสร เริ่มจากการโละผู้เล่นเก่าบางรายออก แล้วเติมนักเตะใหม่เข้ามาอย่าง อนุวัติ น้อยชื่นพันธุ์, ฉัตรชัย คุ้มพญา, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ฟลอร็องต์ ซินามา ปงโกลล์ ฯ

แต่นั้นยังไม่เพียงพอ “เฮียรุธ” ที่ได้เข้ามาจัดการดูแลทีมเต็มตัว ทั้งในบทบาท ผู้บริหารและผู้จัดการทีม มองว่าปัญหาของสโมสร ไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้เล่น… ด้วยเหตุนี้ ชัยนาท จึงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระบบ วิธีการเล่น ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร ที่เคยเป็นมาหลายปี

“นักฟุตบอลที่เคยเล่นที่นี้จะรู้ดีว่า เมื่อก่อนเราเลี้ยงนักเตะให้ได้รับความสบายมากที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮาส์ มีเงินให้ใช้เต็มที่ ความเป็นอยู่ ทุกอย่างดีหมด แต่แนวโน้มของสโมสร มันสวนทางกัน เราสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้น”

“ดังนั้นผมคิดว่า เราจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตพวกเขา ใส่เรื่องระบบ วินัย และความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ เราเก็บได้ 20 คะแนนจาก 14 เกมที่ลงสนาม”

ทุกอย่างดูกำลังไปได้สวย ชัยนาท ฮอร์นบิล มีคะแนนห่างกับ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ทีมอันดับ 15 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม…แต่ทุกอย่างก็พังลงในพริบตา เมื่อประกาศยุติการแข่งขันฯ จากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมา

ผลก็คือ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” เป็นหนึ่งในสามสโมสรร่วมกับ อาร์มี ยูไนเต็ด และ บีบีซียู เอฟซี ที่ต้องตกชั้นไปสู่ M-150 แชมเปียนชิพ ฤดูกาล 2017

“เราเชื่อว่า ถ้าหากไม่มีการยุติลีกก่อน ชัยนาทฯ รอดตกชั้นแน่นอน ไม่ใช่ว่า เรากลัวเรื่องตกชั้นนะ ถ้าเราตกชั้นด้วยเรื่องของฟุตบอล เรายอมรับได้ แต่หากเราต้องตกชั้น เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ยังแข่งไม่จบ มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำฟุตบอล รวมถึงแฟนบอล”

“ยอมรับว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ทั้งผม และพีแฮงค์ (อนุชา นาคาศัย) เครียด แต่เราจะมาจมอยู่กับความผิดหวังไม่ได้ สโมสรต้องเดินไปข้างหน้า เลยพลิกให้มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ เซ็ทซีโร ทีมใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผู้เล่น, ฐานเงินเดือนฯ เราโชคดีกว่าหลายสโมสร ที่มีโครงสร้างสิ่งอำนวยสะดวกที่ดีและพร้อมกว่าทีมอื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะเจอปัญหาอื่นๆ อย่างเรื่องงบประมาณเข้ามา”