แทงหวยจับยี่กี OPINION : ความจำเป็นของคนไม่จำเป็น

แทงหวยจับยี่กี

เคยรู้สึกไหมว่า ทำไมคนเป็น “เจ้านาย” แต่ละคน ถึงมีวิธีการมองและเลือก “ลูกน้อง” ที่แตกต่างไม่เหมือนกัน….
นั่นคือภาพกว้างที่เรากำลังเปรียบเทียบกับหน่วยงานทั่วไป ที่ผู้อ่านหลายๆท่าน อาจเคยมีประสบการณ์ร่วมว่า ทำไมคนนั้นดีกว่า เก่งกว่า ฉลาดกว่า แต่เจ้านายดันไม่เลือกให้ทำงาน

แทงหวยจับยี่กี มันจะกลายเป็นประเด็นพูดถึงแน่ๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่การเลือกหรือตัดสินใจจากเจ้านาย ดูไม่ค่อยน่าเห็นด้วยจากคนในองค์กรนั้นๆ ส่วนเสียงจะดังหรือเสียงเบาแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับ ขนาดของหน่วยงานนั้นๆ และเป็นที่สนใจของผู้คนมากแค่ไหน

“ทีมฟุตบอล” เป็นอีกหนึ่งองค์กร ที่มี เจ้านาย(หัวหน้าผู้ฝึกสอน), ลูกน้อง (ผู้เล่น) และ งาน (การแข่งขัน) ทีมๆหนึ่งจะมีผู้เล่นอยู่ราวๆ 30-40 คน แต่การเลือกผู้เล่นลงสนามนั้น สามารถทำได้เพียงนัดละ 11-14 คน ไม่เกินกว่านี้

อันดับโลกทีมชาติไทยทุกชุด ทุกรายการ

ถ้าเป็น สโมสร ก็อาจจะเป็นที่พูดถึงในระดับหนึ่ง ในหมู่แฟนคลับ หรือคนที่ติดตาม เพราะด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่มีต่อเนื่อง อย่างน้อย สัปดาห์ละเกม, ข้อจำกัดเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ-ติดโทษแบน ทำให้เฮดโค้ชมีโอกาสหมุนเวียนผู้เล่นได้มากกว่าทีมชาติ นักเตะบางคนที่ไม่มีชื่อในเกมนี้ สัปดาห์ต่อไป อาจเป็นตัวจริงก็ได้

แต่กับ ทีมชาติ นั้นแตกต่างออกไป… ขึ้นชื่อว่าเป็นระดับประเทศแล้ว เสียงวิจารณ์ การถูกพูดถึงย่อมเป็นวงกว้างมากกว่า

ด้วยทรัพยากรผู้เล่นที่มีให้เลือกมากกว่าสโมสร การคัดให้เหลือ 23 คน ในแต่ละครั้ง ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ถูกใจผู้คน เห็นได้จากการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้าย ของ 32 ทีมในฟุตบอลโลก 2018 โค้ชแต่ละประเทศ ล้วนต้องเจอทั้งเสียงที่เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย ในการเรียกผู้เล่นบางราย

IN PICTURES: ฟุตบอลของเราทุกคน – คิงส์ คัพ ครั้งที่ 46

ทีมชาติไทย ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น… 13 เดือน คือช่วงเวลาที่ มิโลวาน ราเยวัช ได้ลงมาคลุกคลีเต็มตัวกับ ฟุตบอลไทย และผู้คนก็คาดหวังว่า เขาน่าเข้าใจและรู้จักนักฟุตบอลไทยมากขึ้น และดีพอ จนน่าจะเรียกตัวผู้เล่นได้ถูกใจคนส่วนใหญ่สักที

สุมัญญา ปุริสาย, ศศลักษณ์ ไหประโคน, กรกช วิริยอุดมศิริ คือ 3 ผู้เล่นที่ได้รับเสียงชื่นชมเรื่องฟอร์มในซีซั่นนี้อย่างมาก ถูกเรียกเข้ามาติดโผตามคาด ตามด้วยเซอร์ไพรส์เล็กๆ ในการหนีบ นพพล พลคำ มาด้วย แต่ทั้งหมดกลับไม่ได้ถูกพูดถึงมากนัก เพียงเพราะ ผู้เล่นที่ถูกมองว่า “ไม่จำเป็น” บางคนมีชื่อเข้ามาอยู่ในทีมชุดนี้

บดินทร์ ผาลา, สารัช อยู่เย็น เป็น 2 ผู้เล่นที่หลายคนมองว่า ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีนัก บดินทร์ ไม่สามารถยึดตัวจริงในถิ่นแพท สเตเดียม ได้ ขณะที่ กัปตันกิเลนผยอง ยังถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ภาวะผู้นำ รวมถึงวิธีการเล่น

สิโรจน์ ฉัตรทอง

แต่ทั้งสองคนยังเทียบไม่ได้กับหนึ่งชื่อที่ กุนซือชาวเซิร์บ ยังคงไว้วางใจนามว่า “สิโรจน์ ฉัตรทอง”
ฮีโร่เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 อยู่ห่างจากไกลจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมมานานพอตัวแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาเข้าอยู่กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 20 เดือนแล้วที่เขาไม่สามารถทำประตูได้ในเกมลีก

ฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นไปตามความหวัง-ค่าตัว, แรงกดดันในฐานะนักฟุตบอลดีกรีทีมชาติ, การถูกคู่แข่งจับทาง ตลอดจนความมั่นใจที่หายไป ทำให้ สิโรจน์ ฉัตรทอง ยิ่งไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ จนในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา เขาตกเป็นตัวสำรองของ สรวิทย์ พานทอง กองหน้ารุ่นน้อง ที่เพิ่งอายุแค่ 21 ปีเท่านั้น

ทั้งหมดคือเหตุและผลที่แฟนๆ จำนวนไม่น้อย ยกมือค้านการเรียกตัว สิโรจน์ มาอยู่ในทำเนียบทีมชาติ เพราะมองว่า ยังมีตัวรุกสัญชาติไทยอีกมากมาย ที่ได้ลงสนามต่อเนื่อง, ทำประตูได้ แต่ทำไมถึงไม่ได้รับโอกาส

สิโรจน์ ฉัตรทอง

สิโรจน์ ฉัตรทอง กลายเป็น คนไม่จำเป็นของ ทีมชาติไทย ไปแล้วในสายตาของแฟนๆ…ถ้ามองแบบผิวเผิน เราก็คงรู้สึกว่า “ทำไมราเยวัชยังดื้อแพ่ง? จะให้โอกาสนักบอลคนนี้อยู่อีก”

คำตอบก็คือในสายตาของ เจ้านาย (มิโลวาน ราเยวัช) ลูกน้องคนนี้ ยังมีความจำเป็นมากพอที่จะมีชื่อเป็น 1 ใน 26 คน

ประการแรก ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เฮดโค้ชทีมชาติส่วนใหญ่ มักวางระบบ, แท็คติก มาก่อนผู้เล่น พูดให้เห็นภาพก็คือ โค้ชทุกคนจะวิเคราะห์ชาตินั้นๆ ว่านักฟุตบอลส่วนใหญ่เป็นอย่างไร จุดแข็ง-จุดอ่อน เหมาะสมกับระบบอะไร แล้วร่างโครง โดยเลือกผู้เล่นจากลีก เข้ามาใส่ในโครงที่ร่างไว้ จนได้ทีมที่สมบูรณ์สุดในมุมมองของโค้ช

ชัดเจนว่า มิโล ไม่ได้เลือกผู้เล่นที่ท็อปฟอร์มจากไทยลีกหรือตามกระแส มากองรวมๆกัน แล้วหาแท็คติกให้เหมาะกับนักเตะกองนั้น ซึ่งหมายถึงโค้ชอาจจะต้องเปลี่ยนวิธีการเล่นอยู่ตลอด กลายเป็นทีมฟุตบอลหลักลอยคอยว่าใครจะมาค่อยหาแผน ชาติชั้นนำของโลกเอง ก็ยังมีบางทีที่เรียกนักเตะฟอร์มตกหรือพวกตัวสำรองในสโมสรมาติดทีมชาติ

ยกตัวอย่าง สมมุติวันหนึ่ง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ตกเป็นตัวสำรองหลายนัดติดๆกันในทีม OHL ทีมชาติไทย จะไม่เรียกเขามาเป็น 1 ใน 3 ผู้รักษาประตูเชียวหรือ? ในเกมฟีฟ่าเดย์ หรือทัวร์นาเมนต์สำคัญที่สามารถเรียกได้

Sergio Romero David De Gea Manchester United

เซร์คิโอ โรเมโร ก็ไม่ได้เป็นมือ 1 สโมสร ตั้งแต่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เขากำลังจะไปได้รัสเซีย ในฐานะมือ 1 ทีมชาติอาร์เจนตินา

ประการต่อมา ราเยวัช เคยให้เหตุผลว่า สิโรจน์ ฉัตรทอง เป็นนักเตะไทยไม่กี่คน ที่มีความแข็งแรง รูปร่างสูงใหญ่ สามารถเบียดปะทะกับผู้เล่นต่างชาติได้ดี จริงที่ว่า มีผู้เล่นปีกหลายรายทำผลงานได้ดีในซีซั่นนี้ และไม่ถูกเรียกโผเข้ามา

แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า ผู้เล่นแบ็กในไทยลีก กับ พวกแบ็กในเกมระดับนานาชาตินั้น ยังมีความแตกต่างอยู่พอสมควร ไม่ใช่แค่เล็กคล่องแล้วจะเชื่อขนมกินได้ บางครั้งจำเป็นต้องใช้ผู้เล่นที่แรง มีพละกำลัง ลงไปบด รวมถึงเป็นการเพิ่มทางเลือกเชิงแทคติกให้แตกต่างจากสิ่งที่พวกตัวหลักมี

เพราะหากสำรวจให้ทั่วไทยลีก ทั้ง 4 ระดับ นักเตะที่แข็งแรงแบบ สิโรจน์ ฉัตรทอง ก็ไม่ใช่ว่ามีเกลื่อนกลาดจนสามารถหยิบจับใครมาก็ได้ การเอา ธีรเทพ วิโนทัย, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ หรือ อมร ธรรมนาม มาเทียบก็ดูจะไม่ยุติธรรมกับทั้ง 3 นักเตะที่ว่ามา รวมถึง สิโรจน์ และ บดินทร์

เนื่องจากโค้ชเองไม่ได้กำลังมองคนที่ครอสบอลแม่น, ปีกที่ทำประตูได้ หรือกองหน้าที่หาช่องเก่งๆ แต่เขาต้องการผู้เล่นที่มีความแข็งแรง หรือนักเตะที่สามารถครอบครองบอลได้ดี ส่วนเรื่องทีว่าจำนวนกองหน้าที่เรียกมานั้นน้อยเกินไปหรือไม่ ต้องกลับไปดูว่า โค้ชรายนั้น ให้น้ำหนักเกมรุกหรือรับมากกว่ากัน

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

มันเป็นเหตุผลเดียวกับที่ว่า ทำไม เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ถึงมักพูดว่า “ผมเลือกผู้เล่นที่เข้าระบบมาก่อนเสมอ” ไม่ใช่ว่าไม่ติดตามฟอร์มนักเตะ แต่ในระบบ แท็คติกที่วางไว้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ – มงคล ทศไกร คือคู่ปีกที่ตอบโจทย์เขามากที่สุด แม้บางครั้งทั้งคู่จะไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีกับสโมสร

อย่างในรายของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ เขาถูก โค้ชซิโก้ นำประโยชน์ไปใช้ในการเล่น เซ็นเตอร์แบ็ก แม้จะมีตัวเลือกเซ็นเตอร์อาชีพมากมายในเมืองไทย ที่ได้ลงในลีกสม่ำเสมอ แต่ไม่มีใครเล่นได้เหมือน ตั้ม อย่างที่พี่โก้ ต้องการ

Adrien Rabiot PSG Real Madrid

ขนาด อาเดรียน ราบิโอต์ ลงสนามเป็นตัวหลักให้ PSG สโมสรอันดับ 1 ของประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถเบียดเป็น 1 ใน 23 ผู้เล่นชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 ทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ได้เลย เนื่องจากเมื่อเทียบกับนักเตะสไตล์เดียวกับอย่าง พอล ป็อกบา, โกร็องแต็ง โตลิสโซ, แบลส มาตุยดี้ ฯ ซึ่งทีมจำเป็นต้องมองหาผู้เล่นในสไตล์อื่นๆด้วย

กรณีของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาล้มเหลวกับเมืองทองฯ ผิดฟอร์มจากตอนอยู่กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่เขาแทบจะเป็นทุกสิ่งอย่างของสโมสร และทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่ส่งผลต่อเรื่องนี้ คือ แท็คติกและใช้งานที่แตกต่างออกไป

อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในยุคของ สก็อตต์ คูเปอร์ เน้นการทำทีมแบบตั้งรับและคอยอาศัยจังหวะสวนกลับ ด้วยบอลไดเรกต์ยาวจากแดนหลังไปให้ สิโรจน์ ใช้ความแข็งแรง และพละกำลัง ทำลายเกมด้านข้างคู่แข่ง หรือเลี้ยงจี้ เรียกลูกเซ็ทพีซ ฟรีคิก ในระยะใกล้กรอบเขตโทษ

สิโรจน์ ฉัตรทอง

ต่างกับ เมืองทองฯ ที่ธรรมชาติของพวกเขา เป็นสโมสรที่เปิดเกมรุกใส่คู่แข่ง ดังนั้นจึงต้องการนักเตะริมเส้น ที่มีมากกว่าแค่แข็งแรง แต่ต้องมีทักษะ เทคนิค และการเข้าทำที่หลากหลายมาใช้งานด้วย

ที่เมืองทองฯ เขาไม่มีเวลาและพื้นที่มากพอในการเล่นเหมือนกับ ตอนอุบลฯ ที่มักโจมตีในจังหวะที่แผงเกมรับคู่แข่งเกิดช่อง ขณะที่คู่แข่งของเมืองทอง ส่วนมากจะเน้นตั้งรับลึกเป็นหลัก ภาพที่เห็นก็คือ สิโรจน์ มักเลี้ยงติดกองหลังอยู่เสมอ หรือจับบอลล้นหรือลั่นอยู่ร่ำไป จังหวะดูขาดๆเกินๆไปหมด

ส่วนเรื่องยิงประตู ก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาทำได้ดีตั้งแต่อยู่กับสโมสรเก่าแล้ว 5 ประตูในลีกรอง ปี 2016 ถือว่าเป็นกำไรมากกกว่า ในความตั้งใจแรก สโมสรไม่ได้คาดหวังเรื่องการจบสกอร์จากสิโรจน์ พวกเขาต้องการใช้จุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง มาเป็นอาวุธในเกมรุกมากกว่า

ขณะที่ ทีมชาติไทย นั้น ยังไม่ใช่ทีมที่เล่นเกมรุกจ๋าขนาดนั้น โดย มิโลวาน ราเยวัช เคยบอกว่า เขาให้น้ำหนักเรื่องของเกมรับที่ดีก่อน

ดังนั้น สิโรจน์ ฉัตรทอง จึงมักเป็นไพ่ที่ ราเยวัช ทิ้งลงไปในช่วงครึ่งหลัง เพื่อใช้ความแข็งแรง เบียดเอาชนะคู่แข่งที่เริ่มอ่อนกำลังลง ในจังหวะสวนกลับ

ธีรศิลป์ แดงดา, สิโรจน์ ฉัตรทอง, บดินทร์ ผาลา

คล้ายๆกับ บดินทร์ ผาลา ที่ไม่ได้เข้ากับสไตล์ของ การท่าเรือ ที่เน้นปีกที่เปิดบอลได้แม่นยำ เหมือนกับ นูรูล และ ปกรณ์ฯ แต่เขาก็ยังถูกส่งลงมาเป็น “ตัวพลิกเกม” ของ จเด็จ มีลาภ และ มิโลวาน ราเยวัช อยู่ตลอด โดยอาศัยจุดเด่นที่มี ในการพาบอลไปกับตัว และเลี้ยงบอล ไปสร้างโอกาสให้ทีม

นั่นคือมุมมองที่เราวิเคราะห์ จากที่สิ่่งเห็นในทุกสัปดาห์ แต่เราคงเห็นทั้งคู่ น้อยกว่าที่โค้ชทีมชาติไทยเห็น

เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ มิโลวาน เรียก บดินทร์ กับ สิโรจน์ ไปติดธง ทั้งคุู่ผ่านการร่วมงานกับ เฮดโค้ชช้างศึก มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็มีคงรายละเอียดอื่นๆ หรือบางอย่างที่สร้างความประทับใจให้กับโค้ช เช่น ความมีวินัย, ความเข้าใจในแท็คติก, การฝึกซ้อมฯ ไม่เช่นนั้น โค้ชคงเข็ดและไม่เรียกนักเตะมาติดแน่นอน

สิโรจน์ ฉัตรทอง

ทีมชาติไทยเป็นของทุกคน การวิพากษ์วิจารณ์ ตั้งคำถามกับองค์กรที่เราต่างเป็นเจ้าของนั้น เป็นสิทธิ์เต็มที่ของเราทุกคน

แต่หน้าที่และความรับผิดชอบในการเลือกผู้เล่น วางแทคติกนั้น เป็นสิ่งที่เรามอบให้กับหัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่มีความเป็นมืออาชีพ ความชำนาญในวิชาชีพมากกว่าไปแล้ว ในขณะที่ทุกฝ่ายทำงานเต็มที่สุดความสามารถ แฟนบอลเองก็มีหน้าที่ในการสนับสนุนพวกเขาอย่างดีที่สุดเช่นกัน

ทุกอย่างล้วนมีและเหตุผล ในมุมมองของแต่ละคน แตกต่างกันออกไป… เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีใครรู้ดีกว่าตัวเฮดโค้ชเองว่า ผู้เล่นคนไหนที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม กับระบบการเล่นของเขา… หากเกิดความผิดพลาดในงาน ลูกน้องทำงานไม่เป็นไปตามเป้า คนแรกที่จะต้องรับผิดชอบและเดินออกไป ก็คือ ตัวเจ้านาย นั้นเอง

จับยี่กี จอมลั่น! แข้งเบลเยียมขำเทคนิคจับบอลลูกากู

จับยี่กี

เพื่อนร่วมทีมชาติเบลเยียมขำทักษะจับบอลของดาวยิงแมนฯยูฯ พร้อมเอ่ยปากชมเพื่อนว่าตอนนี้เขาพัฒนาขึ้นมามากแล้ว

จับยี่กี ดรีส์ เมอร์เทนส์ ปีกร่างจิ๋วทีมชาติเบลเยียม เผย เขาและเพื่อนร่วมทีมเคยหัวเราะเทคนิคจับบอลแรกของ โรเมลู ลูกากู ในระหว่างฝึกซ้อม

กองหน้าแมนฯยูฯถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอทั้งในทีมชาติและสโมสร โดยหนึ่งในเรื่องที่หลายคนมักติติงคือการจับบอลของเขานั่นเอง

ล่าสุดแนวรุกนาโปลีเผยว่าทุกคนในทีมเคยขำกับทักษะจับบอลของลูกากูเช่นกัน แต่ตอนนี้เพื่อนร่วมทีมคนนี้ฝึกซ้อมอย่างหนักจนพัฒนาขึ้นมามากแล้ว

“เขาพัฒนาขึ้นมามากแล้ว ทุกคนหัวเราะการจับบอลของเขา แต่เขาคือเด็กที่ยังคงฝึกซ้อมกับลูกบอล 20 ลูก หลังจากซ้อมเสร็จ ผมนับถือเขามาก ๆ” เมอร์เทนส์ กล่าวผ่าน RTBFเพื่อนร่วมทีมชาติเบลเยียมขำทักษะจับบอลของดาวยิงแมนฯยูฯ พร้อมเอ่ยปากชมเพื่อนว่าตอนนี้เขาพัฒนาขึ้นมามากแล้ว

ดรีส์ เมอร์เทนส์ ปีกร่างจิ๋วทีมชาติเบลเยียม เผย เขาและเพื่อนร่วมทีมเคยหัวเราะเทคนิคจับบอลแรกของ โรเมลู ลูกากู ในระหว่างฝึกซ้อม

กองหน้าแมนฯยูฯถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอทั้งในทีมชาติและสโมสร โดยหนึ่งในเรื่องที่หลายคนมักติติงคือการจับบอลของเขานั่นเอง

ล่าสุดแนวรุกนาโปลีเผยว่าทุกคนในทีมเคยขำกับทักษะจับบอลของลูกากูเช่นกัน แต่ตอนนี้เพื่อนร่วมทีมคนนี้ฝึกซ้อมอย่างหนักจนพัฒนาขึ้นมามากแล้ว

“เขาพัฒนาขึ้นมามากแล้ว ทุกคนหัวเราะการจับบอลของเขา แต่เขาคือเด็กที่ยังคงฝึกซ้อมกับลูกบอล 20 ลูก หลังจากซ้อมเสร็จ ผมนับถือเขามาก ๆ” เมอร์เทนส์ กล่าวผ่าน RTBF

จับยี่กีออนไลน์ Toyota Thai League Interview : อนุรุทธิ์ นาคาศัย – ทีมเล็ก/งบน้อย/ฝันใหญ่

จับยี่กีออนไลน์

“เราไม่มีวันเป็นทีมใหญ่ได้ แต่เราอยากเป็นต้นแบบของทีมจังหวัดเล็กๆ ว่าจะต่อสู้และยืดหยัดในไทยลีกได้อย่างไร”

จับยี่กีออนไลน์ …สโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล เดินทางเข้าสู่ไมล์สโตนฤดูกาลที่ 10 หากนับจากก้าวแรกในดิิวิชั่น 2 เมื่อปี 2009

เส้นกราฟของทีมเติบโตขึ้นตามวัย จากทีมหน้าใหม่ในลีกรากหญ้า แปรสภาพมาเป็น ทีมที่ยืนระยะในไทยลีกได้หลายปี งบประมาณการลงทุน, ผู้เล่นชั้นนำ-ชื่อดัง มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆมันเป็นธรรมชาติของสโมสรที่ต้องเติบโตไปตามวัฏจักรของลีกกีฬา

พูดง่ายๆก็คือ นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา นกใหญ่พิฆาต ยังไม่เคยตกชั้นหรือหล่นร่วงมายังจุดเดิมอีกเลย กระทั่งในฤดูกาล 2016 นี่คือขวบปีที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในเขาพลอง สเตเดียม ไปตลอดกาล “ชัยนาท ฮอร์นบิล” ตกชั้นสู่ลีกรองเป็นครั้งแรก

สัจธรรมข้อหนึ่งของโลกฟุตบอล เมื่อทีมต้องตกชั้น คุณไม่มีทางกอดหรือยึดรั้งทุกสิ่งให้เป็นเหมือนเดิมได้ – ชัยนาท ฮอร์นบิล มองเห็น,เข้าใจ และอยู่กับความเป็นจริง

11 เดือนต่อมา สโมสรแห่งนี้กลับมายังจุดที่เคยอยู่ ในศึก “โตโยต้า ไทยลีก” ด้วยแนวทางและรูปโฉมที่เปลี่ยนไป

เงินลงทุน 70 ล้านบาท ภายใต้ขุมกำลังที่มีแข้งดาวรุ่งและนักเตะโนเนมเกือบค่อนทีม ไม่แปลกหาก ชัยนาท ฮอร์นบิล จะถูกมองว่าเป็น 1 ใน 5 สโมสรที่ต้องตกชั้นหลังจบเกมนัดที่ 34

แต่หลังจากผ่าน 14 เกมอันเข้มข้น ทีมที่มีงบประมาณน้อยสุด กลับทำให้คู่แข่งต้องทบทวนซะใหม่ หากคิดจะเอาชนะพวกเขาได้แบบง่ายดาย

“ถอยหลังเพื่อก้าวไปข้างหน้า” อาจคำพูดที่เรานิยามสโมสรแห่งนี้ได้ใกล้เคียงสุด แต่คงไม่มีใครที่จะบอกเล่าถึงเบื้องหลังที่ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” กำลังเป็นอยู่…ได้ดีกว่า อนุรุทธิ์ นาคาศัย รองประธานสโมสรที่ทุกคนในจังหวัดรู้จักกันในนาม “เฮียรุธ”

ชัยนาท ฮอร์นบิล

CHAPTER 1 : ล้มเพื่อลุก

“เราเรียนรู้อะไรจากปี 2016 เยอะมาก” ชายร่างเล็กผู้ขับเคลื่อนสโมสรแห่งนี้ ย้อนความหลังถึงจุดเปลี่ยน

“ขอเท้าความกลับในฤดูกาล 2015 ซีซั่นนั้นเราทำผลงานได้ดีมาก จบอันดับ 12 ของตาราง มีผู้เล่นดีๆหลายรายอยู่ในทีม เราจึงตัดสินใจจะยึดนักเตะชุดเดิมไว้เกือบหมด เสริมเข้ามาแค่ไม่กี่คน”

“แต่ช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ปี 2017 ผลงานของทีมน่าผิดหวังมาก เรามีแค่ 10 แต้มจาก 17 นัด นั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมคิดว่า เราจะอยุู่กันแบบเดิมไม่ได้แล้ว”

นกใหญ่พิฆาต ผ่าตัดเปลี่ยนแปลงทีมและโครงสร้างสโมสร เริ่มจากการโละผู้เล่นเก่าบางรายออก แล้วเติมนักเตะใหม่เข้ามาอย่าง อนุวัติ น้อยชื่นพันธุ์, ฉัตรชัย คุ้มพญา, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์, ฟลอร็องต์ ซินามา ปงโกลล์ ฯ

แต่นั้นยังไม่เพียงพอ “เฮียรุธ” ที่ได้เข้ามาจัดการดูแลทีมเต็มตัว ทั้งในบทบาท ผู้บริหารและผู้จัดการทีม มองว่าปัญหาของสโมสร ไม่ได้อยู่แค่เพียงผู้เล่น… ด้วยเหตุนี้ ชัยนาท จึงเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ระบบ วิธีการเล่น ตลอดจนวัฒนธรรมองค์กร ที่เคยเป็นมาหลายปี

“นักฟุตบอลที่เคยเล่นที่นี้จะรู้ดีว่า เมื่อก่อนเราเลี้ยงนักเตะให้ได้รับความสบายมากที่สุด มีสิ่งอำนวยความสะดวก คลับเฮาส์ มีเงินให้ใช้เต็มที่ ความเป็นอยู่ ทุกอย่างดีหมด แต่แนวโน้มของสโมสร มันสวนทางกัน เราสุ่มเสี่ยงที่จะตกชั้น”

“ดังนั้นผมคิดว่า เราจะต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตพวกเขา ใส่เรื่องระบบ วินัย และความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ เราเก็บได้ 20 คะแนนจาก 14 เกมที่ลงสนาม”

ทุกอย่างดูกำลังไปได้สวย ชัยนาท ฮอร์นบิล มีคะแนนห่างกับ ซุปเปอร์พาวเวอร์ ทีมอันดับ 15 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีก 3 เกม…แต่ทุกอย่างก็พังลงในพริบตา เมื่อประกาศยุติการแข่งขันฯ จากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมา

ผลก็คือ “ชัยนาท ฮอร์นบิล” เป็นหนึ่งในสามสโมสรร่วมกับ อาร์มี ยูไนเต็ด และ บีบีซียู เอฟซี ที่ต้องตกชั้นไปสู่ M-150 แชมเปียนชิพ ฤดูกาล 2017

“เราเชื่อว่า ถ้าหากไม่มีการยุติลีกก่อน ชัยนาทฯ รอดตกชั้นแน่นอน ไม่ใช่ว่า เรากลัวเรื่องตกชั้นนะ ถ้าเราตกชั้นด้วยเรื่องของฟุตบอล เรายอมรับได้ แต่หากเราต้องตกชั้น เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่ยังแข่งไม่จบ มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำฟุตบอล รวมถึงแฟนบอล”

“ยอมรับว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่ทั้งผม และพีแฮงค์ (อนุชา นาคาศัย) เครียด แต่เราจะมาจมอยู่กับความผิดหวังไม่ได้ สโมสรต้องเดินไปข้างหน้า เลยพลิกให้มันเป็นโอกาสที่เราจะได้ เซ็ทซีโร ทีมใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องผู้เล่น, ฐานเงินเดือนฯ เราโชคดีกว่าหลายสโมสร ที่มีโครงสร้างสิ่งอำนวยสะดวกที่ดีและพร้อมกว่าทีมอื่นๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะเจอปัญหาอื่นๆ อย่างเรื่องงบประมาณเข้ามา”

JYK168 คีย์แมน!โค้ชวังรับเสียหายหนักหลัง”จิตปัญญา”ปิดเทอมยาว

JYK168

กุนซือต่อพิฆาต แอบเสียดายหลังบุกพ่าย ฉลามชล ทั้งที่นำก่อน พร้อมรับตามตรงขาด จิตปัญญา มีผลชัดเจน

JYK168 ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าผู้ฝึกสอน พีที ประจวบ เอฟซี แอบเสียดายหลังบุกพ่าย ชลบุรี เอฟซี 2-4 ในโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 13 วันที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมา

ลอนซานา ดุมบูญา ยิงให้ ต่อพิฆาต บุกมานำก่อนตั้งแต่ไม่ถึง 20 นาทีแรก แต่สุดท้ายกลับพ่ายไป 2-4 ปราชัยเกมเยือนเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

“ยอมรับว่าเสียดายครับ ที่ไม่มีแต้มจากชลบุรี” โค้ชวังกล่าวหลังจบเกม

“แต่ภาพรวม ผมก็พอใจครับ ชลบุรี เป็นทีมที่ดีอยู่แล้ว โดยเฉพาะดาวรุ่ง ต้องยอมรับว่า เราค่อนข้างเสียบอลเยอะ สวนทางกับ ชลบุรี ที่ทำได้ดี”

เมื่อถูกถามว่าการขาด จิตปัญญา ทิสุด กองกลางคนสำคัญ ที่ต้องพักยาว 7-8 เดือนมีผลแค่ไหน โค้ชวัง บอกว่า

“ค่อนข้างเยอะ เพราะเขาเป็นตัวทำเกม แน่นอนว่าตอนนี้เราหมดสิทธิ์ใช้งานเขาทั้งฤดูกาลแล้ว จากนี้เราก็ต้องพยายามหาตัวขึ้นมาแทน เพื่อไม่ให้คุณภาพของเราลดลงไปมากกว่านี้”

โปรแกรมต่อไป พีที ประจวบ เอฟซี มีคิวเปิดบ้านพบกับ ราชนาวี เอฟซี ในโตโยต้า ไทยลีก 2018 นัดที่ 14 วันที่ 5 พฤษภาคมนี้