เว็บรูเล็ต สก็อตต์ คูเปอร์ – “ถ้าคุณคิดว่าผมกลืนน้ำลาย ก็เชิญ”

เว็บรูเล็ต

เกิดขึ้นอะไรกับดีลที่ญี่ปุ่น? อะไรคือเหตุผลที่เลือกรับงานโปลิศ เทโรฯ, และปัญหาเรื่องกรรมการไทย จะแก้ได้ไหม… กุนซือจอมทะนงรายนี้มีคำตอบ
อาจจะไม่ใช่พระเอก และตัวร้าย แต่นี่คือตัวละครผู้สร้างสีสันมากสุดคนหนึ่งในศึกโตโยต้า ไทยลีก…
เขาคือ “สก็อตต์ โจเซฟ คูเปอร์” เฮดโค้ชชาวไอร์แลนด์ ผู้โลดแล่นแบบโลดโผนในวงการลูกหนังบ้านเรามากว่า 5 ปี ผ่านงานมาทุกรูปแบบทั้งฝ่ายเทคนิค, เฮดโค้ช, ดูแลอคาเดมี กับบรรดาสโมสรต่างๆ ตั้งแต่ทีมที่ดีสุดของไทยลีก ยันทีมในลีกภูมิภาค

เว็บรูเล็ต ผลงานของ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องหลายคน ไม่คาดคิดว่า ทีมเต็งตกชั้นแห่งนี้ จะสามารถทำอันดับท็อป 10 ของตารางได้…

ทว่าเจ้าตัวกลับทำเซอร์ไพรส์ด้วยประกาศอำลาตำแหน่ง หลังจบซีซั่น 2017 เพื่อเตรียมไปรับงานคุมทีมในลีกอาชีพญี่ปุ่น และสร้างเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า เมื่อสุดท้ายเรื่องดังกล่าว กลับไม่มีเคยเกิดขึ้น ก่อนหวนกลับไทยมาทำหน้าที่เฮดโค้ชคุมทีม โปลิศ เทโร เอฟซี ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนเปิดฤดูกาล 2018

โกล ประเทศไทย มีโอกาสพูดคุยกับ สก็อตต์ คูเปอร์ ถึงหลากหลายประเด็นที่เขายังไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน ตกลงแล้วดีลกับสโมสรในญี่ปุ่นเป็นเรื่องจริงหรือโจ๊ก?… และรู้สึกยังไงกับคำพูดที่ว่า “เขากลืนน้ำลายตัวเอง” ฟังคำตอบจากปากเขาได้ที่นี่

Scott Cooper

สก็อตต์ บอกเราทีว่าทำไมตอนนี้ คุณได้มานั่งคุยกับเราที่สนามเทโรฯ ทั้งที่คุณเคยบอกว่าจะไปคุมทีมในญี่ปุ่น
ผมไม่อยากพูดอะไรไม่ดีเกี่ยวกับที่นั้น แม้ว่าพวกเขาจะทำให้ผมหัวเสียไม่น้อย สโมสรแรกที่ญี่ปุ่น การเจรจาลุล่วงไป 99.99 เปอร์เซนต์แล้ว แต่ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าในนาทีสุดท้าย ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ มักมีเรื่องที่ไม่คาดฝันเสมอ แต่ครั้งนี้ผมจุกเลยเมื่อได้มาเจอกับตัวเอง

ส่วนอีกสโมสร (ที่ญี่ปุ่น) เรามีการพูดคุยกันจริง แต่ผมไม่ได้รับข้อเสนอจากพวกเขา เพราะสโมสรยังมีปัญหากับโคชคนเก่า รวมถึงบางอย่างที่ดูยังไม่เข้าที่เข้าทาง ผมยังมีความเชื่อนะ ว่าสักวันหนึ่ง ผมจะได้ไปคุมทีมในญี่ป่น แต่ตอนนี้ ผมขอทุ่มเททุกอย่างที่ผมมี ให้กับ โปลิศ เทโร เอฟซี

ทำไมต้องเป็น โปลิศ เทโร เอฟซี
เหตุผลที่ผมเลือกสโมสรนี้ อันดับแรก ผมรู้จักกับ คุณไบรอัน แอล มาร์คาร์ (ประธานที่ปรึกษาสโมสร) มาสักระยะแล้ว เรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ความจริงหลังจากดีลที่ญี่ปุ่นล่ม ทีมแรกที่ผมนึกถึงคือ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด เพราะมีผมมีช่วงเวลาที่ดีกับสโมสรแห่งนี้ แต่ในบทบาทหัวหน้าครอบครัว ผมก็คำนึงถึงลูกๆ ผมด้วย

ส่องขุมกำลังทีมโตโยต้า ไทยลีก 2018 : โปลิศ เทโร เอฟซี

ลูกๆของคุณมีส่วนในการตัดสินใจรับงานคุมทีม?
ลูกชายทั้งสองคนของผม กำลังอยู่ในช่วงที่จะเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย นั่นเลยเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมผมถึงอยากไปคุมทีมในญี่ปุ่น เพราะเรื่องการศึกษานั้นสำคัญกับลูกๆของผม

เมื่อผมรู้ว่าจะไม่ได้ไปทำงานที่นั้น ผมได้พูดคุยกับ ประธานสโมสรอุบลฯ (ผศ.ดร. วีระศักดิ จินารัตน์) และบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ผมอาจจะมองหาสโมสรในกรุงเทพ หรือแถวปริมณฑล ดูนะ เพราะผมคงไม่สามารถบิน-ไปกลับ ทุกวัน อุบล-กรุงเทพได้ คุณนึกออกใช่ไหม

แต่จริงๆแล้ว ครอบครัวก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ผมเลือกเทโรฯ ที่ผมตกลงรับงานมันก็มีเหตุผลในด้านของฟุตบอลด้วย
อย่างไร?
โปลิศ เทโร เอฟซี เป็นการควบรวมกัน ของสองสโมสรระดับตำนานอย่าง บีอีซี เทโรศาสน และ เพื่อนตำรวจ ทั้งสองทีมมีราก หากมองไปที่ เทโรฯ คุณจะเห็นว่าพวกเขาเคยมี ธนบูรณ์ (เกษารัตน์), ชนาธิป (สรงกระสินธ์), ฤบดินทร์ (วีรวัฒโนดม) ส่วนเพื่อนตำรวจ เคยมีนักเตะดีๆอย่าง ปกเกล้า (อนันต์), ภิญโญ (อินพินิจ), ปกรณ์ (เปรมภักดิ์)

แล้วตอนนี้ล่ะ? 3 ปีที่ผ่านมา บีอีซี เทโรฯ จบอันดับ 16, 9 และปีล่าสุดอันดับ 14 มันไม่ใช่ตัวเลขที่คู่ควรเอาซะเลย นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมอยากเข้ามาเปลี่ยนแปลง และสร้างนักเตะใหม่ๆขึ้นมา ผมอยากให้ทีมดีขึ้นกว่าเดิม แต่จะทำได้หรือเปล่านะเหรอ? (หยุดคิด) เอิ่ม… ผมคิดว่าผมทำได้นะ

เราเหมือนเป็นทีมใหม่ มีแต่นักเตะหนุ่มมากมาย หลายคนอายุยังไม่ถึง 24 ด้วยซ้ำ มันตรงกับจริตผมที่ชอบสร้างพวกดาวรุ่งหน้าใหม่ขึ้นมา เรื่องการปั้นเด็กเป็นสิ่งที่ผมคิดว่า ผมทำได้ดี หลายคนมีทักษะยอดเยี่ยม แต่ยังขาดตกบกพร่องในบางเรื่อง หน้าที่ของผมคือ เติมเต็มสิ่งที่พวกเขาขาด และพัฒนาให้เขาก้าวไปข้างหน้าได้ในอาชีพนักฟุตบอล

สก๊อตต์ คูเปอร์

แต่หลายคนมองว่า คุณกลืนน้ำลายตัวเองที่กลับมาทำงานในเมืองไทย
ผมเข้าใจนะ หากแฟนบอลหรือใครหลายคนจะคิดแบบนี้ เพราะพวกเขาไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น อย่างที่ผมบอกว่า ทุกอย่างมันแทบจะการันตี 100% แล้วจริงๆ ถึงขนาดที่ผมให้ลูกชายไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยในโตเกียว และจ่ายค่าบ้านไปแล้ว

ผมมั่นใจว่าผมได้ทำงานที่ญี่ปุ่นแน่ๆ ลูกชายและภรรยาผมก็คิดแบบนั้น แต่สุดท้ายเรากลับโดนเท

ดังนั้นแฟนบอลก็ไม่ผิด ที่จะคิดว่าผมกลืนน้ำลายตัวเอง เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีเท่าตัว ถ้าพวกเขาเข้าใจเรื่องนี้ก็คงดี แต่ถ้าไม่ ก็เชิญครับ ไม่เป็นไร ผมไม่สามารถห้ามความคิดใครได้อยู่แล้ว

เชื่อว่าตอนนั้น (ก่อนจะรับงาน) สโมสรในไทย ไม่ได้มีแค่เทโรฯ แน่ๆ ที่อยากได้คุณ
มี 2-3 ทีมยื่นข้อเสนอเข้ามา ผมเองก็มีโอกาสได้คุยกับสโมสรเหล่านี้ด้วย แต่คุณไบรอัน ทำให้ผมประทับใจได้มากสุดเขาพูดกับผมว่า

“คุณพอจะพิจารณาข้อเสนอของ โปลิศ เทโร ได้หรือเปล่า” ผมตอบท่านกลับไป มันน่าสนใจนะ แต่ผมอยากจะคุยกับ อุบลฯ เป็นทีมแรก ผมคิดว่าเขาจะถอดใจ แต่ไม่เลย เขาบอกผมว่า “ถ้าคุณกลับอุบล ผมก็เข้าใจ แต่ถ้าหากคุณตกลงกับอุบลไม่ได้ คุณกลับมาคุยกับเราได้เสมอนะ ผมยังรอคุณอยู่”

ผมทึ่งกับความอดทนรอของคุณไบรอันจริงๆ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฟังดูเหมือนตลกร้าย ผมบอกเขาว่า เทโรเปลี่ยนโค้ชไปหลายคนแล้วนะ และแทบทุกคนอยู่กับทีมได้ไม่นานเลย ผมหวังว่าผมจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสถิติแย่นั้นนะ (หัวเราะ)

สิ่งที่ผมต้องการจากเทโรฯ ไม่ใช่การทุ่มเงินซื้อนักเตะแพงๆ ผมร้องขออะไรจากสโมสรนี้น้อยมาก ผมขอเพียงอย่างเดียวคือ เวลา เพราะการสร้างสโมสรแห่งหนึ่งขึ้นมาได้ มันต้องใช้เวลาครับ

Scott Cooper

คุณใช้เวลา 3 ปี ในการทำทีมอุบล จากลีกล่าง มาสู่ลีกสูงสุด แล้วกับ โปลิศเทโรฯ คุณคิดว่าจะต้องใช้เวลากี่ปี ถึงจะนำเทโร กลับขึ้นมาในระดับทีมหัวแถวอีกครั้ง
เราคือสองทีมมารวมกันก็จริง แต่ทุกอย่างในปีนี้ มันเริ่มใหม่หมด เราจำเป็นต้องอดทน และให้เวลากับมัน ผมไม่ได้โง่พอหรอกที่จะรับงานคุมทีม หากไม่เชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในอนาคต ผมคงไม่เอาอาชีพโค้ชตัวเองมาทิ้งไว้ที่นี่หรอกนะ

ผมเคยทำสองสโมสรที่ดีสุดในประเทศอย่าง บุรีรัมย์ฯ และ เมืองทองฯ และสามารถรักษามาตรฐานของทีมได้ตามเป้าหมาย หลายคนคิดว่าเมืองทองไล่ออกผมออก แต่คุณไปฟังจากไหนมา มันไม่ใช่เรื่องจริงเลย

ส่วนอุบลฯ ผมไปทำทีมที่ไม่มีอะไรเลย จนตอนนี้เขาเป็นทีมระดับไทยลีกไปแล้ว ดังนั้นผมคิดว่า ผมสามารถทำให้ เทโรฯ ดีขึ้นได้มากกว่าที่เป็นอยู่

เวลาคือสิ่งสำคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถการันตีกับแฟนบอล ได้เลย ก็คือ ผมขออุทิศทุกอย่างเพื่อสโมสร และทำทุกวิถีทางเพื่อดึงศักยภาพนักเตะออกมาใช้งานให้ได้มากที่สุด ส่วนแฟนบอลอุบลฯ ผมขอให้พวกเขาโชคดี ผมมีช่วงเวลาที่ดีที่นั้น ไม่แน่นะ วันหนึ่งผมอาจจะกลับไปที่นั้นอีกครั้ง

ฤดูกาลที่ผ่านมา เทโร ต้องหนีตกชั้น แถมยังจบอันดับที่ต่ำกว่า อุบล ด้วยซ้ำ ในมุมมองของคุณ คิดว่าอะไรเป็นจุดอ่อนของสโมสรแห่งนี้ และมีวิธีแก้ไขอย่างไร
ฤดูกาลที่แล้ว อุบล จบอันดับ 10 ส่วน เทโร จบที่อันดับ 14 ด้วยนักเตะที่พวกเขามี ใครจะคิดว่า เทโร จะจบอันดับที่ต่ำกว่า อุบล ละ?

แฟนบอลเองคงไม่มีใครคิดแบบนั้น สิ่งที่ผมเห็น พวกเขาเริ่มใช้นักเตะเยาวชนมากขึ้นในเลกสอง ซึ่งประสบการณ์ในไทยลีกอาจจะยังไม่มากนัก แต่ตอนที่พวกเขาเจอกับอุบล พวกเขาทำได้ดีมากๆ อุบลบุกมาแพ้ 1-0 และเทโรบุกไปเสมออุบลถึงถิ่น 1-1

ผมจำได้ว่าส่งข้อความถึง ไมค์ มัลวีย์ หลังเกม “คุณสุดยอดมากวันนี้ เทโรสมควรที่จะชนะจริงๆ” ผมไม่ค่อยจะพูดอะไรแบบนี้กับใครนะ แต่วันนั้นผมต้องยอมรับว่า เทโร ดีกว่าอุบลจริงๆ

พวกเขาเล่นได้เฉียบขาด เล่นได้เร็วและฉลาด เทโร มีนักเตะเยาวชนที่มีศักยภาพมากมาย แต่ยังต้องการขัดเกลา นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเข้ามาสร้างนักเตะเหล่านี้ ให้กลายมาเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคต ถ้าเมื่อไหร่ที่พวกเขาเก่งขึ้น ทีมก็จะแกร่งขึ้นตามไปเช่นกัน

สก็อตต์ คูเปอร์

หลายคนอยากรู้ว่าเทโรฯ จะเล่นระบบไหน แตกต่างจากเดิมหรือไม่
ผมมองว่า คนที่พูดถึงฟอร์แมตการเล่น พวกเขาไม่รู้จักฟุตบอลดีพอ เพราะว่า ระบบที่วางไปนั้น มันเปลี่ยนแปลงได้ทุกๆนาทีของเกมฟุตบอล บางคนบอกว่า ทีมผมเล่น 3-5-2 ไม่เลย มันไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้เล่น 3-5-2 บางครั้งแบ็กผมเติมเกมรุก กองหลังผมเหลือ 3 ถ้าแบ็กผมลงมารับเกมรับ กองหลังผมมี 5 คน ฟอร์แมต มันไม่เคยตายตัว มันเปลี่ยนอยู่ตลอด ปรัชญาฟุตบอลก็เช่นกัน

โค้ชบางคน ดูจากโค้ชคนอื่นหรือในทีวีแล้วทำตาม แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ ผมชอบที่จะหาแนวการเล่นใหม่ๆ สร้างสไตล์ของผมขึ้นมา แบบ “โมเดิร์น ฟุตบอล”

ผมชอบทำอะไรที่แตกต่างจากของเดิม เกมฟุตบอลมันไม่ใช่เกมหมากรุกนะ ที่จะเดินไปตามรูปแบบได้ มันต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และที่สำคัญ ในฐานะโค้ช คุณต้องใส่ปรัชญาและสไตล์ของคุณลงไปในเกมด้วย ถึงจะเรียกตัวเองได้ว่า โค้ช

เกือบทั้งหมดเป็นนักเตะที่ถูกเซ็นสัญญา ก่อนคุณจะมาคุมทีม กังวลใจหรือเปล่า
มันก็จริงแหละ ที่หลายคนเข้ามาก่อนผมจะมาเป็นโค้ชที่นี่ ผมเข้าใจว่า ตอนนั้นทีม อยากเสริมนักเตะ และยังไม่ชัวร์ว่า ผมจะตอบรับคุมทีมหรือไม่

แต่โดยรวมแล้ว ผมพอใจกับนักเตะใหม่ ทุกคนมีความสามารถ อย่าง อ่อง ธู กองหน้าจากเมียนมา เขาดูดีมากเลยละ แม้ว่าผมจะไม่ได้เลือกนักเตะเอง แต่ทุกคนในทีม ก็สามารถเป็นตัวเลือกที่ดีให้กับผมได้ ผมเชื่อมั่นว่าพวกเขาเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพ ดังนั้น ผมไม่ได้กังวลเท่าไหร่

บรรยากาศ เมืองทอง – การท่าเรือ

สก็อตต์ ช่วยลองวิเคราะห์ 3 ทีมคู่แข่งหน่อย อย่าง เมืองทองฯ เสียตัวหลักเยอะ, การท่าเรือ ซื้อบิ๊กเนมเข้ามาผิดหูผิดตา และแชมป์เก่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
ผมขอเริ่มที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนแล้วกัน พวกเขาเป็นสโมสรที่ดีมาก มีประธาน (เนวิน ชิดชอบ) ที่ดีมาก ผมไม่เคยคิดแม้แต่วินาทีเดียวเลย ว่าบุรีรัมย์ จะกลับมาเป็นแชมป์ไม่ได้ นี่คือทีมชั้นนำที่แท้จริง ผมรู้ว่าพวกเขาทำงานกันยังไง และไม่แปลกใจหรอก หากพวกเขาจะคว้าแชมป์ได้เรื่อยๆ

ส่วน เมืองทองฯ เราต้องยกย่องสโมสรนี้เลยนะ จะมีสักกี่ทีมบนโลก ที่กล้าปล่อยตัวหลักออกจากทีมมากขนาดนั้น แต่เมืองทองนึกถึงอนาคตของนักเตะมากกว่าตัวเอง

ดังนั้น เราต้องชื่นชมสปริตของเมืองทองนะ พวกเขาเสียผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในเอเชีย เสียแบ็กซ้ายที่ถือว่าดีที่สุดในเอเชียเหมือนกัน และเสียกองหน้าเก่งมากๆคนหนึ่งของเอเชีย ผมมองว่าเมืองทองอยากจะช่วยวงการฟุตบอลไทย ด้วยการส่งออกผู้เล่น เพื่อที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ และพัฒนาฝีเท้าขึ้นไปอีก ถือเป็นเรื่องดีครับ

ในขณะที่ท่าเรือเอง มาดามแป้ง (นวลพรรณ ล่ำซำ) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั้นตั้งใจ และพร้อมที่จะสู้กับบิ๊กทีมในไทยลีก ท่าเรือ เซ็นนักเตะบิ๊กเนมมากมาย พวกเขาเลยกลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังแกร่งขึ้นมาก ปีนี้ท่าเรือน่าจะจบท็อป 5 ได้ไม่ยาก

แม้ว่าเทโรจะไม่มีบิ๊กเนมอย่างสามทีมที่กล่าวมา แต่เรามีสามกองหน้าที่เก่งเลยทีเดียว และ อ่อง ธู บางทีทีมเราอาจจะมีเซอร์ไพส์ก็ได้ ไทยลีกปีหน้า จะต้องเข้มข้นมากขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะการตกชั้นถึง 5 ทีม

Scott Cooper

แล้วสุโขทัยละ? ดูเหมือนโค้ชเบ๊ ไพโรจน์ จะชอบจิกกัดคุณหลายครั้งเมื่อปีก่อน
ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาแซวผม (หัวเราะ) แต่ผมเข้าใจว่าเกมฟุตบอลมันมีอารมณ์เข้ามาร่วมด้วย ในมุมมองผม โค้ชสุโขทัยเป็นหนึ่งในโค้ชไทยลีกที่เก่งมากๆ ถ้าเขาไม่ชอบผมก็ไม่เป็นไร แต่ผมชอบเขา จริงๆนะ (หัวเราะ)

ปีที่แล้วคุณมีคดีกับผู้ตัดสินบ่อยครั้ง คิดว่าปีนี้จะดีขึ้นไหม
(หัวเราะลั่น) ปีนี้ผมจะพยายามอยู่เงียบๆ ฤดูกาลก่อนผมโดนแบน 6 นัด ผมไม่สามารถปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีกแน่ๆ

ถ้ากรรมการทำพลาด เพราะพลาดจริงๆ ผมก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่บางครั้งมันผิดซ้ำๆซากๆ และบางครั้งโค้ชคนหนึ่ง อาจจะโดนปลด เพราะการตัดสินที่ผิดพลาดของกรรมการก็ได้ เขาไม่สามารถรู้ถึงหัวอกโค้ชได้เลย

Scott Cooper

นึกครึ้มยังไงถึงไปรับงานคุมฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ
ผมว่าคุมทีมมหาวิทยาลัยก็สนุกดีนะ (หัวเราะ) ผมให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก และยังไม่มีโค้ชต่างชาติคนไหนเคยทำ ผมยินดีรับโอกาสนี้ ผมชอบนะ เป็นประสบการณ์อีกอย่างหนึ่งในการเป็นโค้ช บรรยากาศก็สุดยอดมากๆ

สุดท้าย มีอะไรจะฝากถึง 17 ทีม ที่จะเจอในปี 2018
อันดับแรกเลย ผมขออยู่นิ่งๆ สงบปากสงบคำก่อน เพราะเราไม่มีบิ๊กเนม เหมือนกับทีมอื่นๆ เลยไม่อยากพูดอะไรมาก (หัวเราะ) แต่ผมมั่นใจว่าเราสู้ทีมอื่นได้ ไทยลีก 2018 จะต้องน่าตื่นเต้นแน่นอน ผมพร้อมที่จะเจอทุกทีมทั้งเหย้าและเยือน แล้วมาดูกันว่าฤดูกาลนี้ เทโร จะเป็นอย่างไร